สศก. ลงพื้นที่แหล่งผลิตมันสำปะหลังอีสาน

9

สศก. ลงพื้นที่แหล่งผลิตมันสำปะหลังอีสาน โคราช-ชัยภูมิ ด้านภาครัฐเตรียมพร้อมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง และสนับสนุนสินเชื่อให้เกษตรกร

นางสาวกาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยถึงการลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์การผลิตและการตลาดมันสำปะหลังในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและชัยภูมิ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตมันสำปะหลังแหล่งใหญ่อันดับ 1 และอันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งจากการลงพื้นที่ของ สศก. โดยทีมสำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร ระหว่าง วันที่ 10 – 14 กุมภาพันธ์ 2568 พบว่า ฤดูการผลิตปี 2567/68 คาดว่ามีเนื้อที่เก็บเกี่ยวรวมประมาณ 1.74 ล้านไร่ (นครราชสีมา 1.08 ล้านไร่ และชัยภูมิ 0.66 ล้านไร่) คิดเป็นร้อยละ 20.10 ของเนื้อที่เก็บเกี่ยวทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นจากปี 2566/67 ที่มีเนื้อที่เก็บเกี่ยวรวมประมาณ 1.67 ล้านไร่ (นครราชสีมา 1.03 ล้านไร่ และชัยภูมิ 0.64 ล้านไร่) หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.19 เนื่องจากราคามันสำปะหลังสดที่เกษตรกรขายได้ในปีเพาะปลูก 2566/67 อยู่ในเกณฑ์ดีและเป็นพืชทนแล้ง จูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกแทนอ้อยโรงงานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีต้นทุนการผลิตสูง 

นางสาวกาญจนา ขวัญเมือง
รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

ด้านผลผลิตรวมของจังหวัดนครราชสีมาและชัยภูมิ คาดว่ามีปริมาณ 5.33 ล้านตัน (นครราชสีมา 3.35 ล้านตัน และชัยภูมิ 1.98 ล้านตัน) คิดเป็นร้อยละ 19.60 ของผลผลิตทั้งประเทศ ลดลงจากปี 2566/67 ที่มีผลผลิตปริมาณ 5.46 ล้านตัน (นครราชสีมา 3.41 ล้านตัน และชัยภูมิ 2.05 ล้านตัน) หรือลดลงร้อยละ 2.38 เนื่องจากยังคงมีการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตรวมลดลง โดยข้อมูลสถานการณ์การระบาดโรคใบด่างมันสำปะหลังของกรมส่งเสริมการเกษตร ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 พบการระบาดในจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 285,037 ไร่ และชัยภูมิ จำนวน 20,780 ไร่ รวมจำนวน 305,817 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 27.69 ของพื้นที่การระบาดทั้งหมด

สำหรับสถานการณ์ราคามันสำปะหลังสดคละที่เกษตรกรขายได้ เดือนมกราคม 2568 พบว่า จังหวัดนครราชสีมา ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 1.88 บาท และชัยภูมิเฉลี่ยกิโลกรัมละ 1.92 บาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 2.97 บาท และ 3.22 บาท หรือลดลงร้อยละ 36.70 และร้อยละ 40.37 ตามลำดับ เนื่องจากตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ จีนมีมาตรการลดการนำเข้ามันสำปะหลังและส่งเสริมให้นำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลูกในประเทศมาใช้ทดแทนมันสำปะหลังมากขึ้น

ด้านการจำหน่ายผลผลิต เกษตรกรจะขายให้กับโรงงานแป้งมันสำปะหลังในพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งราคาที่เกษตรกรขายได้จะขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์แป้งเป็นหลัก ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ประสบปัญหาการระบาดของโรค ใบด่างมันสำปะหลังและสภาพอากาศที่แห้งแล้ง ส่งผลให้ผลผลิตมันสำปะหลังลดลง โดยหัวมันสำปะหลังมีขนาดเล็ก และเปอร์เซ็นต์เชื้อแป้งต่ำ นอกจากนี้ เกษตรกรยังมีต้นทุนการผลิตต่อไร่ที่สูงขึ้นจากราคาปัจจัยการผลิต เช่น พันธุ์มันสำปะหลัง ค่าจ้างแรงงาน ค่ายาปราบศัตรูพืช/วัชพืช และค่าเช่าที่ดิน เป็นต้น ซึ่งจากการสอบถามเกษตรกรในพื้นที่พบว่า ต้องการให้ภาครัฐช่วยพยุงราคามันสำปะหลังไม่ให้เกิดความผันผวน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำ และขอให้มีมาตรการช่วยเหลือสนับสนุนด้านเทคโนโลยีในการผลิต เช่น เครื่องปลูกมันสำปะหลัง เครื่องเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง เป็นต้น และมีการควบคุมราคาปัจจัยการผลิตหรือสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร สำหรับผู้ประกอบการมีความต้องการพันธุ์มันสำปะหลังที่ต้านทานโรค มีผลผลิตต่อไร่สูง และมีเปอร์เซ็นต์เชื้อแป้งสูง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับตลาดต่างประเทศ

ทั้งนี้ ภาครัฐอยู่ระหว่างการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง โดย ธ.ก.ส. จะสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนในการพัฒนาการผลิตให้กับเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม และโครงการยกระดับศักยภาพการแปรรูปมันสำปะหลัง (เครื่องสับมันสำปะหลัง) ซึ่งมีการสนับสนุนเงินทุนให้กลุ่มเกษตรกรเพื่อจัดหาเครื่องสับมันสำปะหลังขนาดเล็กพร้อมเครื่องยนต์ และอุปกรณ์สำหรับตากมันเส้น เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง ทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง อาทิ ภาครัฐและเกษตรกรเองร่วมกันติดตามเฝ้าระวังการระบาดของโรคใบด่างอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ผลผลิตต่อไร่ลดลง เกษตรกรร่วมกันเก็บเกี่ยวผลผลิตที่มีคุณภาพ เปอร์เซ็นต์แป้งสูง และมีสิ่งเจือปนต่ำ ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรได้รับราคามันสำปะหลังที่เหมาะสมและเป็นธรรม สำหรับผู้ประกอบการร่วมกันปรับปรุงคุณภาพสินค้าโดยเฉพาะมันเส้น ในด้านความสะอาด การกำจัดสิ่งปลอมปน และการลดปริมาณฝุ่น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้าในปัจจุบัน

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร